191 views
0

Plantronics RIG 500HD Gaming Headset หูฟัง Dolby 7.1 ที่โคตรดีย์!!


สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรากลับมาอีกครั้ง กับรีวิวที่สองของ iMz Review วันนี้เรายังคงอยู่กับเรื่องของหูฟังแต่ไม่ใช่หูฟังธรรมดาครับ

พี่คนกลางแห่งบ้าน RIG 500

Plantronics RIG 500HD

วันนี้เราจะมาแนะนำให้รู้จักกับ Plantronics RIG 500HD ที่เราบอกได้เลยว่า เป็น Gaming Headset ที่ถูกใจเราที่สุดที่เคยใช้มา!!
ทำไมพวกเราถึงยกให้เป็น Gaming Headset ถูกใจเราที่สุด? เรามาหาคำตอบไปด้วยกันเลยครับ


       

สำหรับการเล่นเกมนั้น เกมเมอร์อย่างเราๆ คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า เรื่องของเสียงนั้นมีความสำคัญไม่แพ้เรื่องของภาพในจอที่เราจ้องอยู่ ซึ่งเสียงนั้นเป็นตัวการหลักเลยด้วยซ้ำ ที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าตนเองหลุดเข้าอยู่ในโลกของเกมนั้นๆ หรือที่เรียกกันว่า “immersive”  ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าเสียงมีความสำคัญขนาดนี้ การที่เรามีระบบเสียงที่ดี ก็ย่อมต้องเป็นข้อได้เปรียบสำหรับเกมเมอร์อย่างแน่นอน และเราบอกได้เลยว่าแว่บแรกที่เราได้ยินเสียงจาก Plantronics RIG 500HD นั้น “ทำเอาเราอึ้งไปเลยทีเดียวครับ”

Plantronics RIG 500HD นั้น จริงๆ แล้วเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก Series RIG 500 ดั้งเดิมของ Plantronics ที่ออกมาในช่วงประมาณปี 2015 ซึ่งต่อมาในปี 2016 ได้มีการพัฒนารุ่นใหม่เพิ่มเติมออกมา ทำให้ RIG series 500 นั้นมีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

ภาพจาก Wesite : https://Plantronics.com

หูฟังในตระกูล RIG 500 ทั้งหมดของ Plantronics

    • Plantronics RIG 500 ที่เป็นระบบเสียง Stereo Surround ตัวดั้งเดิม
    • Plantronics RIG 500HD ที่เปลี่ยนจากระบบ Stereo Surround ไปเป็นระบบเสียง Dolby 7.1 Surround ออกมา
  • Plantronics RIG 500E หรือรุ่น E-sport Edition ที่ออกแบบมาในระบบเสียง Dolby 7.1 Surround เช่นกัน แต่ได้ออกแบบมาให้สามารถถอดเปลี่ยนตัว CUP ของหูฟังจากหูฟังจาก Isolating Cup ที่มีข้อดีคือช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก มาเป็นหูฟังแบบ Open-Back Cup ที่โปร่งและเย็นกว่าเพื่อรองรับการใช้งานแข่งขันเกมเป็นเวลานานได้ตามที่เราต้องการ แถมตัวโฟมหูฟังยังเป็น Memory Foam อีกด้วย

ซึ่งในวันนี้ รุ่นที่เราจะมาทดลองให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกันคือ Plantronics RIG 500HD พี่คนกลางของบ้าน Plantronics RIG 500 Series นั่นเองครับ


สำหรับในส่วนของ Spec ต่างๆ นั้นคงต้องขอพูดแยกเป็นหัวข้อไปเพื่อความละเอียดและครอบคลุมในทุกด้านนะครับ

เรื่องของการดีไซน์ตัวหูฟังก่อนเลยครับ โดยใน RIG 500HD นั้นตัวหูฟังยังคงถูกออกแบบมาให้สามารถแยกชิ้นส่วนได้ เหมือนกับอีกสองตัวในตระกูล RIG 500 หรือที่เรียกกันว่าว่า Modular Design ที่ไม่ว่าตัว Ear Cup หรือจะตัวแผ่นผ้ารองรับหัว ก็สามารถถอดออกจากกันได้ทั้งชิ้นอีกด้วย

แยกได้ทุกชิ้น

ในส่วนของตัว Frame นั้นทำจาก Plastic ที่มีความยืดหยุ่นสูง (มากกกก…..) มากขนาดไหนงั้นเหรอ… ถึงขั้นทำอย่างนี้ได้อ่ะ!!

บิดได้ขนาดนี้เลยทีเดียว

และถ้าหาก…ย้ำนะครับว่าถ้าหาก ท่านผู้อ่านที่ซื้อไปใช้ แล้วบังเอิ๊ญบังเอิญไปทำหัก (ซึ่งทางเราก็ไม่รู้จะต้องไปทำยังไงให้มันหัก) หรือรู้สึกแบบ “เห้ยสีดำมันไม่สวยอ๊ะอยากได้ความโดดเด่นกว่านี้” ทาง Platronic ก็มีอะไหลเสริมให้ซื้อเพิ่มได้ “ทุกชิ้นครับ” ต้องบอกเลยครับว่าทุกชิ้น มีตั้งแต่ตัวหูฟัง, Frame, ผ้ารอง, ไมค์, ตัว Dolby USB Cable คือว่าง่ายๆ เปลี่ยนได้ครบเลยทั้งตัวกันเลยทีเดียว

สำหรับการปรับความกระชับนั้น RIG 500HD จะสามารถปรับได้ 3 ระดับเพื่อให้พอดีกับศีรษะของผู้ใช้งานได้โดยการเปลี่ยนช่องเสียบตัว Ear Cup ครับ ซึ่งก็ต้องบอกตรงๆ ว่าตอนแรกเราเองก็คิดว่าปรับได้แค่นี้เองเหรอ แต่พอมานั่งพิจารณาดูอีกทีแล้ว มันก็สามารถปรับได้พอๆ กับหูฟังเกมมิ่งทั่วๆ ไปเลยทีเดียวครับ

ในตอนแรกนั้น ทางเราเองก็เป็นห่วงในส่วนของไมโครโฟนมากๆ ครับ เนื่องจาก ระยะห่างของไมค์กับปากของเรานั้นค่อนข้างไกลกว่าที่เคยใช้อยู่มาก และตัวไมค์ของ RIG 500 HD นั้น ไม่สามารถปรับได้เลย ทำให้เราค่อนข้างเป็นห่วงเมื่อใช้งาน แต่เอาเข้าจริงกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะไมค์ที่ RIG 500HD ใช้นั้นเป็น “ไมค์ Boom” ซึ่งเป็นไมค์ชนิดเดียวกับไมค์ที่ใช้กันตามกองถ่ายทำภาพยนตร์ ดังนั้นจึงค่อนข้างมั่นใจได้ถึงการตอบสนองต่อเสียง ซึ่งไมค์ของ RIG 500HD นั้นสามรถตอบสนองต่อย่านความถี่เสียงตั้งแต่ช่วง 100Hz (ที่หูคนทั่วไปได้ยินยังยาก) ไปจนถึง 10kHz เลยทีเดียว และยังไวต่อเสียงมากอีกด้วยเพราะระดับ Sensitive ของไมค์อยู่เพียงแค่ -45 DB/Pa เท่านั้น นั่นหมายความว่าเพียงแค่กระซิบ เสียงก็เข้าไมค์แล้วครับผม ส่วนทิศทางการรับเสียงนั้นเป็นแบบ Uni-Directional ซึ่งเป็นทิศทางที่หันหน้ามาหาปากเรา ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องเสียงรบกวนที่เข้ามาจากทิศทางอื่นเลย และอีกสิ่งหนึ่งที่เราชอบจริงๆ คือเราสามารถ MUTE ไมค์ได้ โดยการพับไมค์ขึ้น หากต้องการเปิด MIC ก็เอาแค่เอาไมค์ลงมาในตำแหน่งปกติ ทุกอย่างก็จะกลับมาทำงานเหมือนเดิมแล้วครับ และแถมท้ายด้วยระบบ Noise Canceling ของตัวไมค์ ที่หลังจากได้ทดสอบแล้ว ทุกคนที่เล่นเกมกับเราบอกเป็นเสียงเดียวกันครับเสียงชัดกว่าเดิมมาก เสียงลมกับเสียงรอบข้างหายไปเยอะเลย… อ่อ! ไมโครโฟนสามารถถอดออกจากตัวหูฟังได้อีกด้วยนะครับ

มาถึงเรื่องสำคัญที่สุด คือเรื่องของเสียงครับ ในเรื่องเสียงนั้น RIG 500HD เองก็มาพร้อมกับ Driver ขนาด 40mm ที่ให้แรงขับอันกระหึ่ม เช่นเดียวกับรุ่นพี่อย่าง RIG 500 ซึ่งในส่วนของย่านความถี่นั้น สามารถตอบรับย่านความถี่ได้ตั้งแต่ 20Hz ไปถึง 20kHz เลยทีเดียว เรียกว่าเสียงเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่หายไปอย่างแน่นอน โดยมีค่าความต้านทานอยู่ที่ 32 ohm และมี Sensitivity อยู่ที่ระดับ 110dBSPL/V นั่นแหมายความว่าหูฟังนี้สามารถดังได้อย่างจุใจ เทียบเท่ากับระดับความดังขณะดู Concert เพลง Rock เลยทีเดียวครับ (ฟังได้ ถ้าไม่ค่อยรักเยื่อบุหูนะครับ)


 

เมื่อเราเปิดกล่องแล้วหยิบตัวหูฟังออกมา สิ่งแรกที่เราเห็นได้ทันทีคือ หูฟังข้างนึงที่ยังไม่ใส่ประกอบเข้าที่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหูฟังตัวนี้นั้นสามารถถอดประกอบไดทั้งตัวนั่นเอง ส่วนภายในนั้นถูกแพคมาอย่างดีมาก แน่นหนา โดยจะมีตัวเวลโครล๊อคตัว frame ของหูฟังอยู่สองตัว แต่ท่านที่ซื้อขอให้ระวังอย่าใช้แรงในการแกะมาก เพราะตัวหูฟังนั้นมีสายเชื่อมต่อกัน หากใช้แรงในการแกะออกจากกล่องมากเกินไปอาจทำให้สายมีปัญหาได้ครับ ในส่วนถัดไปคือส่วนของตัวกล่องด้านล่างที่เก็บตัวแปลงสัญญาณ Dolby 7.1 และพวกคู่มือและสติกเกอร์ ESL ครับซึ่งภายในก็จะมีของตามภาพนี้ครับ

ของที่อยู่ข้างในกล่องทั้งหมด

ในส่วนของตัว Sound Card Dolby 7.1 ก็มีหน้าตาที่เรียบง่ายและสวยงามครับ โดยจะมีสัญลักษณ์ Dolby อยู่ที่ด้านข้าง ซึ่งตัว Soundcard นั้นจะมีปุ่มสวิทช์เปิด/ปิดระะบ Dolby อยู่ซึ่งเมื่อทำการเปิดระบบ จะมีไฟสีขาวๆ ติดขึ้น แต่ถ้าหากปิด Dolby ไฟนั้นก็จะหายไป ซึ่งปลายสายทั้งสองข้างนั้นข้างหนึ่งจะเป็นขั้วแจ๊คแบบปกติเพื่อเสียบต่อกับหูฟัง อีกด้านนั้นจะเป็นสาย USB เพื่อเอาไปต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราครับ



มาพูดถึงคุณภาพเสียงของเจ้า Plantronics RIG 500HD กันบ้างดีกว่านะครับ ในเรื่องเสียงนั้น เราได้ลองเอาหูฟังเสียบฟังเพลงโดยไม่ผ่านตัว Dolby Box เสียงก็จะเป็นระบบ Stereo ธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาคือ เสียงต่ำนั้นทำออกมาได้น่าประทับใจเลยทีเดียวครับ หรือว่าง่ายๆก็คือ RIG 500HD นั้นมีเสียงเบสที่หนักแน่นจริงๆ ส่วนในย่านเสียงกลางและเสียงสูงก็ไม่ได้รู้สึกบาดหู แต่ก็ไม่ได้ถูกย่านเสียงต่ำบดบังไปเลยแม้แต่น้อย และยังให้อรรถสนที่สมบูรณ์เลยทีเดียว ที่สำคัญคือต่อให้เราเปิดเสียงดังขึ้น เสียงต่ำเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำให้เรารุ้สึกว่ารำคาญแม้สักนิดเลยครับ

แล้วเมื่อเราทำการต่อหูฟังกับตัว Dolby USB เท่านั้นแหละครับ ได้เรื่อง!!!
จากหูฟังระบบ Stereo กลายเป็นเสียงระบบ Surround 7.1 ขึ้นมาทันทีครับ ในตอนแรกเราตัดสินใจปิดระบบ Dolby Surround เอาไว้ก่อน เพราะเราต้องการฟังเสียงที่แท้จริงของเจ้า RIG 500HD นี้ ซึ่งเสียงที่ได้นั้นไม่ได้มีคุณภาพที่ลดลงเลยครับ กลับมีระบบ Surround เพิ่มเข้ามาอีกด้วย และเมื่อเราทำการเปิดระบบ Dolby 7.1 Surround สิ่งแรกที่เรารู้สึกได้ก็คือ “เต็ม” ครับ มาเต็มจริงๆ ครับ เสียงมีความหนาขึ้นมาก เสียงเบสหนักๆ นั้นสามารถรับรู้ถึงแรงกระแทกได้เลยครับ บอกเลยว่าเวลาเล่นเกมนี่แทบไม่อยากปิด Dolby เลยเพราะเสียงที่แน่นขึ้นนี่มันเติมเต็มความรู้สึกจริงๆ ครับ


ตัวอย่างระบบเสียง 7.1 Surround

ต่อมา เรามาพูดกันเรื่องของทิศทางของเสียงกันครับ ก่อนอื่นเลยหากใครยังไม่ทราบ (เผื่อจะมีคนไม่ทราบ) ว่าเสียง 7.1 นั้นคืออะไร สำคัญอย่างไร ว่าง่ายๆ สั้นๆ เลยนะครับ มันคือระบบเสียงที่กำหนดทิศทางต่างๆ ได้ ทำให้เราสามารถระบุได้ว่าเสียงนี้มาจากทิศทางไหน ซึ่งระบบเสียงนั้น มีผลอย่างชัดเจนและสำคัญกับการเล่นเกม หรือการแข่งขันเกมเป็นอย่างมากครับ

7.1 ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้ง

ในส่วนของ RIG 500HD นั้นเป็นตัวแรกของ Series ที่ได้ทำการเพิ่มระบบ Dolby 7.1 Surround เข้ามาครับ โดยทิศทางที่ตัวหูฟังนี่ทำมา เราคงต้องบอกเลยว่าทำได้ประทับใจจริงๆ ให้ทิศทางที่ถูกต้องและค่อนข้างแม่นยำครับ จากการใช้งานจริงของเราที่ได้ทบสอบจากการเล่นเกม ก็ต้องบอกว่าสามารถไว้ใจได้เลยทีเดียว แต่ส่วนตัวของพวกเราแล้ว เมื่อทำการเปิดเสียงระบบ Dolby เรื่องของทิศทางเสียงจะชัดเจนน้อยลงครับ ถึงแม้จะน้อยลงแค่เล็กน้อยไม่ถึง 5% ก็ตาม แต่ก็แลกมาด้วยเสียงตูมตามสนั่นลั่นทุ่งอย่างที่เราต้องการ อันที่จริง เราจะบอกว่าแค่นั้นแม่มก็โคตรฟินแล้วครับ



มาพูดถึงเรื่องความสบายในการสวมใส่กันบ้างดีกว่าครับ ตัวหูฟังนั้นสวมใส่สบาย ถ้าไม่นับความรู้สึกที่ว่ามีอะไรมาครอบหูอยู่นะ แทบจะเรียกได้ว่าไม่รู้สึกใส่หูฟังอยู่เลยครับ ด้วยน้ำหนักรวมเพียงแค่ 200 กรัมเท่านั้น ซึ่งถือว่าเบามาก หากเทียบกับหูฟังระบบ Surround บางรุ่น (ขอไม่เอ่ยชื่อ) ที่เราเคยใช้ เมื่อใช้เป็นระยะเวลานานๆ เป็นปีๆ หัวนี่ยุบเลยครับ (เรื่องจริง ไม่ได้โม้) กว่าจะหายกลับมาเปนปกติได้นี่ใช้เวลาเป็นปีอยู่ครับ นอกจากน้ำหนักที่เบาเป็นปุยนุ่นขนาดนี้แล้ว ยังมีผ้าคาดนุ่มๆ แบบลอยตัว มารองรับศีรษะของเราอีกทีให้ความรู้สึกสบายกว่าเยอะครับ ในส่วนของ Ear Cushion (โฟมรองหู) ก็นุ่มสบายแต่ก็มีข้อเสียอยู่ตรงที่ถ้าคุณเป็นคนที่มีหูใหญ่ ตัว Cup แบบ Over Ear ตัวนี้ก็จะกลายเป็น On Ear ทันทีครับ อาจต้องใช้ๆ ไปแล้วพักบ้าง แต่หลังจากที่ได้ทดลองใช้ต่อเนื่อง 6 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ เราก็พบกว่า เรื่องของความสบายในการสวมใส่นั้นค่อนข้างสบายมากครับ โดยรวมแล้วไม่มีอาการปวดเมื่อยที่บริเวณคอแต่อย่างใดเพราะน้ำหนักเบาซึ่งถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆ เลยทีเดียวครับ


อีกเรื่องหนึ่งที่ควรต้องระวังคือเรื่องของอนามัยสักนิดนะครับ ด้วยตัวหูฟังเป็นระบบปิด (isolating earcup) เมื่อใช้เวลานานอาจเกิดปัญหาด้านความอับชื้นและแบคทีเรียบ้าง ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับหูฟังทุกยี่ห้อทุกรุ่นที่เป็นหูฟังระบบปิดครับ ทางเราขอแนะนำว่า หลังจากใช้งานมาสักพัก หากท่านผู้อ่านเป็นคนมีเหงื่อเยอะ ขอแนะนำให้พักการใช้งาน แล้วนำหูฟังไปผึ่งลมหรือเป่าให้แห้งบ้าง ก็จะสามารถช่วยลดเรื่องของแบคทีเรียสะสมได้แล้วครับ



มาในเรื่องของคุณภาพและประสิทธิภาพของตัวหูฟังกันบ้างนะครับ อย่างที่ได้กล่าวไปตอนต้นว่า ตัวหูฟังนั้นทำมาจากพลาสติก แต่ถึงแม้จะใช้พลาสติกมาเป็นวัตถุหลัก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นพลาสติกราคาถูกแต่อย่างใดนะครับ เป็นพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นสูงมากๆ ส่วนของการผลิตแต่ละชิ้นนั้นพิถีพิถันมาก สังเกตได้จากพลาสติกทุกชิ้นนั้น ไร้ซึ่งรอยตัดหรือต่อแต่อย่างใดครับ โดยเฉพาะตัว Frame ของหูฟังที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยครับว่าทำออกมาพิถีพิถันขนาดไหน ส่วนของตัว Ear Cup เองนั้นก็ถูกออกแบบมาอย่างแน่นหนา ตัวคลิปที่เอาไว้ต่อกับ Frame ก็สามารถถอดใส่ได้บ่อยเท่าที่เราต้องการ มีการทำลายเส้นทะแยงที่ตัว Cup เพื่อความสวยงาม สีดำของตัวหูฟังนั้นก็ตัดกับลายเส้นสีทองได้เป็นอย่างดี ในส่วนของ Ear Cushion (โพมหูฟัง) นั้นมีการถักลายรูปหกเหลี่ยม ที่ให้ความรู้สึกเท่และสวยงามให้ความรู้สึกคงทนและแข็งแรงและมีการเก็บตะเข็บการตัดเย็บไว้ด้านในที่ดูสวยงามและมีคุณภาพอีกด้วยในส่วนของตัวคุณภาพของวัสดุที่ใช้ทำไมค์ นั้นค่อนข้างแข็งแรง แต่ด้วยจากการที่ไมค์นั้นเป็นไมค์ที่ไม่สามารถดัดงอได้จึงอาจต้องระมัดระวังเวลาวาง หรือทำหล่นให้ดี เพราะหากเผลอนั่งทับ หรือทำหล่นแรงมากๆ อาจเกิดปัญหาได้ครับ

ในด้านประสิทธิภาพในการเล่นเกมนั้น RIG 500HD สามารถทำได้ดี โดยทางเรานั้นได้ทดลองกับเกมหลักๆ สี่เกมคือ Battlefield 1, Overwatch, Assassin’s Creed : Origin และ Arma 3 โดยเราจะบรรยายแยกเป็นเกมๆ จากสิ่งที่เรารู้สึกหลังจากได้ใช้ Plantronics RIG 500HD เลยนะครับ เริ่มจาก Battlefield 1 Story Mode : แค่แว่บแรกที่ได้ยินเสียงเราก็พบกับความประทับใจในทันที เพราะเสียงที่เราได้ยินนั้น มาครบทุกรายละเอียดเสียง ตั้งแต่เสียงปืนจากไกลๆ เสียงเศษหินจากอาคารบ้านเรือนถล่ม เสียงระเบิดอันสั่นสะเทือน ผสมกับเนื้อเรื่องที่เข้มข้น มันช่วยเติมเต็มให้กับความรู้สึกขณะเล่นมากๆ ถึงแม้เราจะเคยเล่นเกม BF ในโหมด Single Player มาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่ในครั้งนี้กลับให้ความรู้สึกใหม่ที่ไม่ใช่ BF1 แบบเดิมๆ อย่างที่เราเคยเล่นมา และแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการเล่นเกมที่เข้าใกล้ความเป็นภาพยนตร์มากๆ เลยทีเดียว ต่อมากับเกม Overwatch : มาถึง Overwatch กันบ้าง ผลที่ได้คือเสียงทุกอย่างชัดเจนมากๆ ทิศทางของเสียงก็แม่นยำมากๆ เพราะไม่ว่าจะได้ยินเสียงฝีเท้าของศัตรูมาจากทิศไหนไกล้หรือไกล หันไปทางนั้นจะต้องได้เจอเจ้าของเสียงอย่างแน่นอน ตัวเสียงเพลงเสียงประกอบต่างๆ ก็ชัดเจนขึ้นอย่างชัดเจนมากๆ เลยทีเดียว ส่วนในเกมที่สาม Assassins’s Creed Origins : เราเองก็ยิ่งตะลึงเข้าไปใหญ่ เพราะเราได้ยินหมดทุกอย่างทุกทิศทางจริงๆ ไม่ว่าจะเสียงสุนัขเห่า เสียงน้ำ เสียงต่างๆ ในฉาก ได้ยินแม้กระทั่งบทสนทนาที่ตัวประกอบฉากพูดคุยกัน และก็ถึงเกมสุดท้าย Arma 3 : มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกประหลาดใจกับเจ้า RIG 500HD สุดๆ คือตั้งแต่ได้ทดลองใช้มา กับเกม Arma 3 เรามักจะเป็นคนแรกเสมอที่ได้ยินเสียงยานภาหนะเคลื่อนที่เข้ามาจากไกลๆ ในขณะที่เพื่อนร่วมทีม ยังไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยเสียด้วยซ้ำ นั่นทำให้เราเหมือนจะได้ยินเสียงต่างๆ ได้ไกลกว่าคนอื่น และกลายเป็นข้อได้เปรียบไปในทันที!!

บอกได้คำเดียวครับ ประทับใจจริงๆ สิ่งที่ RIG 500HD มอบให้กับเราคือความครบครันของเสียงที่ช่วยเสริมบรรยากาศภายในเกมให้เต็มอิ่ม และยังให้ความได้เปรียบในทุกด้าน ชนิดที่หูฟังยี่ห้อดังๆ บางยี่ห้อยังสู้ไม่ได้ครับ



จะเชื่อไหมถ้าเราจะบอกว่า Plantronics RIG500 HD นี้ ราคาไม่ถึง 3,500 บาท!! 
ครับทุกท่าน
อ่านไม่ผิดหรอกครับ ด้วยคุณสมบัติและประสิทธิภาพขนาดนี้ ราคาของ Plantronics RIG 500HD ตัวนี้นั้นกลับมีราคาอยู่ที่เพียง 3,290 บาท เท่านั้น!! โดยสามารถเข้าไปสั่งซื้อกันได้ที่เฟสบุคเพจ BI&I ได้ทันทีครับ แต่ข้าก่อน!!!! ตอนนี้ทาง Bi&i กำลังมีโปรโมชั่นอยู่ คือหาคุณซื้อในระหว่างวันที่ 20 มกราคม – 26 กุมภาพันธ์ 2561 Plantronics RIG 500HD ลดราคาจาก 3,290 เหลือเพียง 2,890 เท่านั้น!!!

สนใจสั่งซื้อ กดปุ่ม Buy Now เลยแจ้!!


 

สำหรับหลายๆ ท่านที่อยากครอบครองหูฟังระบบเสียง Dolby 7.1 Surround แต่ตังในกระเป๋าช่างไม่เอื้ออำนวย หรือกำลังตามหาหูฟังที่ถือว่าคุ้มราคาที่สุด ณ เวลานี้ผมขอยกให้ Plantronics RIG 500HD เป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคุณแล้วแหละครับ ด้วยทุกอย่างที่กล่าวมาข้างบนทั้งหมด หูฟังตัวนี้สามารถมอบความเต็มอิ่มของเสียง, ความสบายในการสวมใส่, และที่สำคัญที่สุดคือความได้เปรียบทั้งทิศทางของเสียง ด้วย Dolby 7.1 Surround และความไวต่อเสียงที่หูฟังตัวนี้สามารถให้ได้ เราจึงขอมอบคะแนนให้กับหูฟังตัวนี้ไปที่ 8.5 คะแนนกันไปเลยละกันครับ ครบถ้วนขนาดนี้ ซื้อเถอะ แล้วจะไม่เสียใจ!!


ก็จบไปแล้วนะครับ กับการรีวิวที่สอง ทั้งนี้ต้องขอขอบพระคุณ บริษัท แบรนด์ ไอเดนติตี้ แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด เป็นอย่างยิ่งมา ณ​. ที่นี้ด้วยครับที่ได้มอบหูฟังให้เรามาทำการรีวิวในครั้งนี้ หากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ทางเราต้องกราบขออภัยท่านผู้อ่านมา ณ​. ที่นี้ และหากท่านผู้อ่านมีข้อแนะนำติชม หรือข้อสงสัยก็สามารถ Comment มาได้ที่ด้านล่างนี้ หรือในเพจ iMz Gaming ได้ทันทีครับ สำหรับรีวิวคราวหน้า ก็ขอแอบใบ้ไว้นิดหนึ่งว่าเรายังคงอยู่กับหูฟังเกมมิ่งนะครับ แต่จะเป็นรุ่นไหน ยี่ห้ออะไร โปรดติดตามเราเอาไว้ให้ดี ระหว่างนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่รับชมมาถึงตรงนี้ พบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีครับ